กลยุทธ์การวางแผนทางการตลาด และงานขาย

กลยุทธ์ทางการตลาดถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ โดยปกติแล้วการกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดของแต่ละธุรกิจจะเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้หลัก STP เพื่อทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าที่เราจะเปลี่ยนให้มาเป็นลูกค้า เป้าหมายว่าเราต้องการอะไรจากการทำการตลาด และตำแหน่งทางการตลาดว่าแบรนด์เราอยู่ที่ระดับใดในใจลูกค้าเพื่อทำการตลาดให้ตรงกับภาพที่ลูกค้ามองเห็นหรือเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่เราต้องการ

การวางแผนในการทำการตลาดและการขาย กลยุทธ์ในการทำการตลาดและการขาย
ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น ธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ก็ตาม การตลาดและการขายล้วนแล้วแต่มีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่งต่อการประสบความสำเร็จในตลาด แต่อย่างไรก็ตาม มีธุรกิจจำนวนไม่น้อยเลยที่ยังไม่ประสบความสำเร็จในด้านนี้เท่าที่ควร บ่อยครั้งที่พนักงานขายในธุรกิจขนาดเล็กหรือกลางจะได้รับการอบรมในสิ่งที่ไม่ใช่เป้าหมายหลัก และหนทางที่จะนำมาซึ่งโอกาสในการขาย อีกสิ่งหนึ่งซึ่งพบเห็นได้บ่อยไม่แพ้กันนั่นก็คือการทุ่มเม็ดเงินลงไปกับการโฆษณาทั้ง ๆ ที่องค์กรยังขาดแผนและกลยุทธ์ในการทำการตลาดและการขาย ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดนี้สิ่งที่มีความสำคัญจำเป็นอย่างมากนั่นคือ ความเป็นมืออาชีพและความคุ้มทุนในด้านการทำการตลาดและการขาย บนพื้นฐานของกลยุทธ์ที่ชัดเจน นั่นเอง

ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ของการวางแผนในการทำการตลาดและการขายแบบมืออาชีพ มีดังนี้
– เป็นการพัฒนาแผนนำทางในด้านการทำการตลาดและการขายไปสู่ความสำเร็จในสินค้าและบริการของคุณ
– เป็นการกำหนดกลยุทธ์ในการทำการตลาดและการขายซึ่งมีความเหมาะสมกับโอกาสทางการตลาดเพื่อเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
– เป็นการกำหนดวัตถุประสงค์และกิจกรรมทางการตลาดและการขายเพื่อเร่งอัตราการเจริญเติบโต
– เป็นการกำหนดยุทธวิธีทางการตลาดและการขายเข้าไว้ด้วยกันเพื่อการเพิ่มยอดขาย
– เป็นการประเมินการกำหนดกลุ่มเป้าหมายใหม่ และกลุ่มลูกค้าเดิมที่มีศักยภาพอยู่แล้วเพื่อการพัฒนาความสำเร็จทางการตลาดและการขายยิ่ง ๆ ขึ้นไป
– อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม (ROI) ในด้านการทำการตลาดและการขายในอัตราสูงที่สุด

Comments Off

การพัฒนาปรับปรุงสร้างสรรค์นวัตกรรมการออกแบบสำหรับผลิตภัณฑ์

25

ความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน ไม่ได้หยุดอยู่แค่ “ประโยชน์ใช้สอย” หรือ “รูปลักษณ์” ของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ผู้บริโภคยังคงคาดหวังว่าจะได้รับความพึงพอใจจาก “การบริการ” ที่จะทำให้เกิดความประทับใจและอยากเลือกใช้สินค้าหรือบริการอีกเรื่อยๆ และนั่นคือสิ่งที่สามารถเชื่อมโยงความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีถึงแม้ว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ หรือแม้แต่รูปโฉมของร้านค้าจะมีส่วนสำคัญมากในการสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภค แต่ก็ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการพัฒนาธุรกิจให้ครองใจผู้บริโภคได้ในปัจจุบัน เพราะความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค จะไม่ได้หยุดอยู่แค่ ประโยชน์ใช้สอยหรือรูปลักษณ์” ของผลิตภัณฑ์ แต่ผู้บริโภคยังต้องการความพึงพอใจจากการบริการที่สามารถเชื่อมโยงกับความต้องการในชีวิตได้ด้วย

การออกแบบบริการ ถือเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่มีส่วนสำคัญในการกำหนดอนาคตของธุรกิจ ตัวอย่างจากบริษัทเดมเลอร์ ที่อดีตเคยเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตรถยนต์และรถกระบะ ปัจจุบัน Daimler Group กลับสร้างรายได้กว่าร้อยละ 70 จากภาคการบริการ อาทิเช่น การให้เช่ารถ การซ่อมบำรุง การบริหารธุรกิจที่จอดรถ การทำสินเชื่อรถยนต์ ฯลฯ เช่นเดียวกันกับบริษัทไอบีเอ็ม ที่แต่เดิมเป็นที่รู้จักในนามผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ปัจจุบันไอบีเอ็มสามารถสร้างรายได้มากกว่าครึ่งหนึ่งจากธุรกิจการให้คำปรึกษา รวมทั้งยังลงทุนจ้างนักวิจัยอีกกว่า 500 ชีวิตเพื่อพัฒนา นวัตกรรมด้านการบริการ โดยเฉพาะการออกแบบบริการ จึงไม่ใช่แค่การออกแบบสำหรับงานบริการเพียงเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงการพัฒนาปรับปรุงสร้างสรรค์นวัตกรรมการออกแบบสำหรับผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์อีกด้วย ซึ่งนักออกแบบควรเปลี่ยนมุมมองเสียหม่ว่า “งานบริการ” ไม่ใช่แค่การสร้างประสบการณ์ชั่วขณะ แต่หมายถึง “โอกาส” ที่จะช่วยสร้างสรรค์และผลักดันธุรกิจในระยะยาวได้

ซึ่งความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าหรือบริการต่างๆ ได้ง่ายขึ้น โดยการค้นหาผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต ทำให้เกิดการเปรียบเทียบรายละเอียดของสินค้าและบริการได้ก่อนตัดสินใจ ทำให้มาตรฐานของผลิตภัณฑ์และบริการส่วนใหญ่มีรายละเอียดที่ใกล้เคียงกัน โดยยึดหลักเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน ส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มมองหา คุณค่าใหม่ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตนเองโดยเฉพาะ ทำให้สินค้าและบริการกลายเป็นสิ่ง ไร้อารมณ์ จนผู้บริโภคเริ่มที่จะโหยหาความพิถีพิถันจากสัมผัสที่เป็นมนุษย์อีกครั้ง เมื่อโครงสร้างของสังคมเริ่มปรับเปลี่ยนมาสู่สังคมยุคใหม่ที่ต้องการ “งานบริการ” มากขึ้น โดยเฉพาะกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การศึกษา ระบบโครงสร้างพื้นฐาน สุขภาพ และงานบริการสังคม ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน ก็จำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้สอดรับกับแนวโน้มที่กำลังเปลี่ยนไป

Comments Off

ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จในการขาย

ความสำเร็จในการขายเป็นสิ่งที่ไม่ได้มาโดยง่ายเพราะปัจจุบันนี้มีสินค้าต่างๆมากมาย เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อเลือกใช้ ดังนั้นการขายก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนในเข้ากับยุคสมัย ซึ่งมีด้วยกันหลายปัจจัยที่จะนำคุณสู่ความสำเร็จในการขาย ประกอบไปด้วย
– ตามโลกให้ทัน เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการของลูกค้า ฉะนั้นการการพัฒนาทางอินเทอร์เน็ตและการใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารเพื่อความสะดวกและรวดเร็วแก่พนักงานจึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ทันต่อความต้องการ และความคาดหวังของลูกค้า
– การพัฒนาการขายอย่างสม่ำเสมอ โดยจะต้องคิดหาวิธีการขายในรูปแบบใหม่ๆเข้ามาช่วย เพื่อดึงดูดใจลูกค้าให้มาสนใจสินค้าเหล่านั้น
– ปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จ โดยการสร้างแรงจูงใจ กระตือรือร้น เพราะจะช่วยให้สามารถเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างดี
– สร้างการขายในแบบฉบับของตนเอง ผู้ที่เป็นพนักงานขายจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหารูปแบบเฉพาะตัวและจะต้องเข้าใจเป้าหมายของบริษัทเพื่อสร้างโอกาสในการขายในรูปแบบของตนเองได้อีกด้วย
– การสร้างพันธมิตร โดยการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการขาย
– มองโลกตามความเป็นจริง และมีความรับผิดชอบ เพราะจะทำให้มีโอกาสสูงสุดในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างลูกค้าและบริษัทนั่นเอง
– การบริหารเวลาและเป้าหมายให้ดีจะช่วยให้จัดการตัวเองได้ดี นอกจากนี้แล้วจะต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ในการขายของบริษัทเสียก่อน จึงจะสามารถขายได้ตามเป้า หรือสูงกว่าเป้าที่ตกลงกันไว้
-การมีทัศนคติเชิงบวกจะช่วยรักษาระดับแรงจูงใจเอาไว้ได้
– มีทักษะในการปฏิสัมพันธ์และการสื่อสาร เพราะจะทำให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลาย แล้วยังช่วยให้สามารถประเมินสถานการณ์การขายของได้ดีอีกด้วย
– สามารถในการโน้มน้าวใจ ทั้งนี้จะต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้า การสร้างความไว้วางใจอย่างเสมอต้นเสมอปลาย และสามารถจูงใจลูกค้าให้เห็นถึงสินค้าว่ามีคุณค่าอย่างไร
ดังนั้นการที่จะเพิ่มยอดขายนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากสำหรับบริษัทหรือธุรกิจต่างๆ หากมีปัจจัยเหล่านี้ครบ ก็จะสามารถช่วยทำให้เพิ่มยอดขายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

Comments Off

เทคนิคในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์เพื่อการส่งเสริมการขายและการตลาด

การออกแบบ รูปแบบแสดงผล และสีสันของเว็บไซต์ควรแสดงออกถึงความน่าเชื่อถือ เช่น การใช้รูปแบบที่แสดงออกถึงความจริงจังในการทำธุรกิจ จริงจังในการขายสินค้าและบริการ ไม่ใช้รูปแบบที่แสดงออกถึงความตลกขบขัน ดูไม่เป็นมืออาชีพ สีที่ใช้บนเว็บไซต์ควรแสดงออกถึงความจริงจัง น่าเชื่อถือ อย่างโทนสีน้ำเงิน สีเทา หรือโทนสีเข้ม ไม่ควรใช้โทนสีสดใสมากจนเกินไป ยกเว้นสินค้ากลุ่ม trendy, fashion หรือกลุ่มที่ต้องการความสดใส เมนูต่าง ๆ ของเว็บไซต์ควรถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ และที่สำคัญควรมีเมนู ติดต่อเรา หรือ Contact us ซึ่งถือว่าเป็นเมนูสร้างความน่าเชื่อถือที่ดีที่สุด เพราะจะแสดงข้อมูล และรายละเอียดของเจ้าของเว็บไซต์ ในการให้ข้อมูล ควรใส่รายละเอียดที่แสดงถึงชื่อองค์กร หรือชื่อเจ้าของเว็บไซต์ ที่ตั้งสำนักงาน หมายเลขโทรศัพท์ ควรเป็นหมายเลขโทรศัพท์พื้นฐาน เพราะจะแสดงความน่าเชื่อถือมากกว่าการมีหมายเลขโทรศัพท์มือถือเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ควรมีแผนที่ที่ตั้งสำนักงาน รูปถ่ายสถานที่ รูปถ่ายผู้บริหาร หรือเจ้าของธุรกิจ ซึ่งสามารถช่วยให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือมีอีกหนึ่งเมนูที่ควรแสดงอยู่บนเว็บไซต์เพื่อช่วยสร้างความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น คือ เมนูประสบการณ์ผู้ใช้สินค้า หรือบริการ เจ้าของเว็บไซต์สามารถนำตัวอย่างลูกค้า ที่เคยซื้อสินค้า หรือเคยใช้บริการ ขึ้นแสดงบนหน้าเว็บไซต์เพื่อแสดงให้เห็นว่าเว็บไซต์นี้เคยให้บริการกับลูกค้ารายอื่น ๆ หากลูกค้ามีชื่อเสียงในวงสังคม หรือเป็นผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ ย่อมก่อให้เกิดผลในทางบวก และส่งเสริมภาพลักษณ์ของเว็บไซต์ให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามการนำชื่อผู้ใช้สินค้ามาแสดงเพื่อบอกความน่าเชื่อถือนั้นจะต้องเป็นลูกค้าของเว็บไซต์จริง และเป็นผู้ที่มีลักษณะสอดคล้องกับเว็บไซต์ เช่น เว็บไซต์จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับเด็ก ผู้ที่จะนำมายกเป็นตัวอย่างลูกค้าควรเป็นผู้ที่มีบุตรแล้ว เป็นต้น

การสร้างความน่าเชื่อถือ อีกวิธีหนึ่ง คือ การสมัครขอเลขพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งเจ้าของเว็บไซต์จะต้องนำเว็บไซต์ไปผ่านการตรวจรับรอง ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือว่าเว็บไซต์นี้อยู่ในขอบเขตของกฏหมาย นอกจากนี้การมี หัวข้อ นโยบายความเป็นส่วนตัว หรือ เงื่อนไขการใช้เว็บไซต์ จะช่วยแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของเจ้าของเว็บไซต์ เพราะแสดงขอบเขตของการให้บริการ และคุณสมบัติของลูกค้า แต่ในการใช้นโยบายความเป็นส่วนตัว หรือ เงื่อนไขการใช้เว็บไซต์ ต้องขึ้นอยู่กับลักษณะของสินค้าและบริการด้วย

Comments Off

กลยุทธ์ปรับเว็บไซต์เกาะเทรนด์ตลาดดิจิทัล

การปรับปรุงเว็บไซต์ให้ทันกับเทรนด์เว็บไซต์ที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมๆ กับเทรนด์ของการตลาดดิจิทัลที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวด เพื่อให้เว็บไซต์องค์กร ธุรกิจต่างๆ ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้ทันการปรับตัวตามพฤติกรรมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ซื้อใจผู้บริโภคให้เข้ามาใช้งานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเว็บไซต์จะถูกลดความสำคัญในสายตาของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และหันไปเสียเวลากับ โซเชียล มีเดีย และความบันเทิงบนอุปกรณ์ดิจิทัล Smart Device ต่างๆ มากมาย

อย่างไรก็ตามเว็บก็ยังเป็นช่องทางสำคัญที่สื่อสารข้อมูลที่สร้างความน่าเชื่อถือได้ดีกว่าช่องทางดิจิทัลอื่นๆ เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ละเลยไม่ได้ มาดูกลยุทธ์ในยุคดิจิทัลกันค่ะ

Responsive Website เว็บเดียวแต่เปิดได้ทุกที่
Responsive Website เป็นเทรนด์ที่มีการพูดถึงนับตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา และกลายเป็นประเด็นสำคัญในต้นปีนี้ ที่นักการตลาดดิจิทัล จำเป็นต้องใส่ใจในการทำการตลาดผ่านเว็บไซต์ในปีนี้ สิ่งที่ทำให้นักการตลาดดิจิทัล โดยเฉพาะแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก ดิจิทัลเอเยนซีให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างมาก เป็นเพราะผลกระทบที่มาจากการเติบโตของ Tablet และมือถือ สมาร์ทโฟน ในตลาดทั่วโลกซึ่งสวนทางกับการเติบโตของ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ไม่เติบโตและมีแนวโน้มคงที่

Personalise Website for visitor หมดยุคเว็บเดียวตอบโจทย์ทุกกลุ่มผู้เยี่ยมชม
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้ Social Media เติบโตอย่างก้าวกระโดด ก็คือ Content ที่อยู่บนนั้น ซึ่งเป็นเนื้อหาที่พวกเขาสนใจ นั่นคือความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆ ที่เขารู้จัก แสดงผ่านข้อความ รูปภาพและวีดิโอ จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ใช้ Social Media จะใช้เวลาบนช่องทางนี้มากกว่าช่องทางอื่นๆ ทั้งหมด ด้วยเทคโนโลยีในการทำงานของเว็บไซต์ในปัจจุบัน ข้อมูลผู้ใช้งานเป็นสิ่งมีค่า การนำข้อมูลมาประมวลผลพฤติกรรมความชอบจะเป็นตัวที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทำให้เว็บไซต์สามารถแสดงเนื้อหาที่ทางผู้ใช้งานชื่นชอบ นั่นหมายถึงเวลาการใช้งานที่อยู่บนเว็บไซต์เพิ่มสูงขึ้น Engagement , Loyalty ที่เพิ่มขึ้น

ประกาศว่าเรารักโลก และเราใส่ใจคุณ
เว็บไซต์ก็สามารถสื่อสารความสำคัญเรื่องของ Consumer Centric และ Societal ได้ไม่ว่าเว็บไซต์ของคุณจะเป็นเว็บไซต์องค์กรหรือเว็บไซต์ธุรกิจ การสื่อสารเรื่อง CSR จะต้องให้ความสำคัญเทียบเท่ากับข้อมูลสินค้า ช่องทางเว็บไซต์จึงเป็นอีกส่วนที่ช่วยสื่อสารการตลาดเพื่อสังคมที่ช่วยเสริมให้การสื่อสารองค์รวมชัดเจนยิ่งขึ้น ส่วนของ CSR Content จึงเป็นความสำคัญของเว็บไซต์ในยุคนี้

Social Integration
Like and Share culture คือวัฒนธรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทศวรรษนี้ การแสดงตัวตนไปยังสื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติ และดีต่อเว็บไซต์ในการสร้าง Virality (การกระจายบอกต่อ) ด้วยตัวของมันเองเพิ่มตัวเลขการเยี่ยมชมและเชื่อมการทำงานระหว่างบริการในเว็บไซต์และ Social Network เข้าด้วยกัน โดยเฉพาะการดึงจุดเด่นสร้างให้เว็บไซต์เราให้มีการเชื่อมกับ Social Media

Motivation ผู้ใช้ผ่านลูกเล่น Gamification
Gamification เป็น Concept ของการนำลูกเล่นความเป็นเกมมาประยุกต์ใช้กับสื่อดิจิทัลอื่นๆ เพื่อสร้าง Engagement และ Motivation ให้ผู้ใช้เกิดการขับเคลื่อนการทำงาน กระตุ้นให้ผู้ใช้กระทำตาม ซึ่งแนวคิดนี้ถูกนำมาประยุกต์ในเว็บไซต์ชั้นนำ และรวมถึง Application บน Platform ต่างๆ จะเห็นได้จากการผนวกคะแนน ลำดับชั้นผู้ใช้ และการมอบสิทธิพิเศษจากการใช้งานหรือทำตามขั้นตอนที่ทางระบบวางไว้ การ Unlock Badge ใน Application FourSquare การบอก Percent Completeness ในเว็บไซต์ Liked-in การบอก level ของการมีส่วนร่วมในเว็บบอร์ดเหล่านี้เป็นตัวช่วยให้ผู้ใช้ขับเคลื่อนไปตามทิศทางที่เราวางไว้

กลยุทธ์ในการทำเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์เป้าหมายการตลาดดิจิทัล เพื่อผลตอบรับที่ดีที่สุด ลองกลับมาดูว่าเว็บไซต์องค์กร ธุรกิจมีการผนวกเทคนิคเหล่านี้ ที่จะช่วยให้เว็บมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

 

Comments Off